หนังสือหนังหา นานา น่า...อ่าน                 แนะนำหนังสือน่าอ่านให้พี่ๆน้องๆได้ไปซื้อหาอ่านกัน หรือถ้าหากใครไม่ค่อยจะมีสตางค์ ห้องสมุดก็อาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งก็ได้ สำหรับหนังสือที่เลือกมานั้นล้วนเป็นหนังสือขายดี มีเนื้อหาน่าสนใจ ตื่นเต้น น่าอ่านทั้งนั้น ต้องลองติดตามอ่านดูกัน ไล่ล่าแสงตะวัน (ยูจิน โอเคลลี่ แปลโดย โตมร ศุขปรีชา สำนักพิมพ์แมคกรอ-ฮิล)เป็นบันทึกเรื่องราวของ ยูจีน โอเคลลี่ อดีตซีอีโอผู้ประสบความสำเร็จในการทำงานเป็นอย่างยิ่ง มีชื่อเสียงได้รับการยอมรับใน   ระดับนานาชาติของบริษัทชื่อดังในสหรัฐ จู่ ๆ ก็พบว่าตัวเองเป็น  มะเร็งระยะสุดท้าย และมีชีวิตเหลืออีกเพียงแค่ 3 เดือน หนังสือเล่ม นี้จึงเป็นบันทึกการเดินทางของชีวิตครั้งสุดท้ายของเขา เริ่มจากเวลาที่ได้รับการวินิจฉัยจนถึงบทสรุปแห่งความตายในเวลาต่อมาสะท้อนให้เห็นถึงชีวิตและความตายทีละขณะทั้งความรัก ความสำเร็จ จิตวิญญาณ และการค้นหาความหมาย ซึ่งเป็นบทพิสูจน์ ถึงพลังแห่งจิตวิญญาณของมนุษย์ และจะนำพาให้ผู้อ่านพบว่า เราจะมีชีวิตที่ชัดเจน สมดุล และมีความหมายได้อย่างไร (เรื่องจริงของผู้แต่งเอง)กินเป็นลืมป่วย (นิพนธ์ วีระธรรมานนท์)                บทความในหนังสือเล่มนี้ เนื้อหาได้รวบรวมสาระที่เป็น    ประโยชน์ สำหรับผู้รักการดูแลสุขภาพ ด้วยข้อมูลด้านสุขภาพ ทั้ง    เรื่องอาหาร การรับประทาน การล้างสารพิษ การล้างไขมันในลำไส้รวมทั้งการปรับสมดุลของสุขภาพโดยวิถีธรรมชาติ โดยเรียบเรียง   เนื้อหาให้เข้าใจง่าย ๆ สามารถนำไปปรับประยุกต์ใช้กับชีวิตจริงได้  ภาพเขียนเลือด (แดเนียล ซิลวา ผู้แปล ไพบูลย์ สุทธิ)(The English Assassin) เรื่องราวของภาพเขียนเลือด  เริ่มขึ้น เกเบรียล อัลลอน สายลับชาวอิสราเอล ในคราบนักบูรณะงานศิลป์ ถูกเรียกตัวไปทำความสะอาดภาพเขียนล้ำค่าของมหาเศรษฐีคนหนึ่ง แต่สิ่งที่เขาพบ เมื่อไปถึงกลับกลายเป็นศพของลูกค้าคนนี้  และยิ่งเกเบรียลขุดคุ้ย เขาก็ยิ่งพบเงื่อนงำ...นี่ไม่ใช่คดีฆาตกรรม ธรรมดา แต่มันมีความลับระดับชาติซ่อนอยู่เบื้องหลัง     365 วัน ใต้ร่มพระบารมี365 วัน ใต้ร่มพระบารมีเรียงร้อยความทรงจำ ความผูกพันระหว่าง "พระราชา" และ"ข้าแผ่นดิน" ผ่านภาพสี่สีสวยงาม ในมุม 365 วัน เพื่อให้ทุกท่านได้ รำลึกว่าไม่มีแม้นวันใดที่คนไทยไม่ได้รับพระกรุณา เรื่องราวที่เล่าขานกันไม่รู้จบ เรื่องจริง ที่ผูกพันหัวใจชาวไทยไว้อย่างแนบแน่น ลึกซึ้งว่ายังมีพระราชาผู้ไม่เคยห่างจากประชาชนของพระองค์ ในพระราชอาณาจักรที่ "ความรัก" ของ "ในหลวง" กับ "ความภักดี"  ของ "ประชาชน" มั่นคงเป็น...หนึ่งเดียว      ปาฏิหาริย์หลวงพ่อคูณ เทพเจ้าด่านขุนทด (เริงศักดิ์ กำธร)                เจาะลึกเรื่องราวปาฏิหาริย์และประวัติหลวงพ่อคูณที่สาระครบครันและสมบูรณ์ที่สุด ภายในเล่มยังมีเรื่องที่น่าสนใจอื่นอีก อาทิ รอดตายเพราะแขวนหลวงพ่อคูณ, ทำไมต้องเคาะหัว, มีกู แต่ไม่มีตัวกู, ขอให้รวย...ขอให้รวย หรือแม้แต่กระทั่ง เหยียบก็เหยียบวะ    ธุลีปริศนา ตอน มหันตภัยขั้วโลกเหนือ (Philip Pullman นักเขียนเจ้าของรางวัล Author of the Year 2002 แปลโดย วันเพ็ญ บงกชสถิตย์)                เริ่มต้นการผจญภัยเมื่อเพื่อนรักของไลรา เด็กหญิงกำพร้าจาก ออกซ์ฟอร์ดและแพนทาไลมอนภูตประตัวหายตัวไป ทั้งคู่จึง    ตัดสินใจออกตามหา การเดินทางครั้งนี้นำพวกเธอขึ้นเหนือ สู่ทุ่งน้ำแข็งอันกว้างใหญ่ไพศาล ที่มีหมีสวมเกราะปกครองแผ่นดิน เหล่าแม่มดครอบครองผืนฟ้า และมนุษย์กลุ่มหนึ่งกำลังทำการ ทดลองลับอันน่าสะพรึงกลัว การเดินทางของไลราเพิ่งเริ่มต้น เมื่อเธอค้นพบว่าคำตอบของทุกสิ่งอยู่ไกลออกไป ในแสงเหนือกลางท้องฟ้าเบื้องบน สุขกันเถอะโยม (พระมหาสมปอง ตาลปุตโต)                พระมหาสมปอง ตาลปุตโต พระนักเทศน์ที่คิดค้นธรรมะเดลิ    เวอรี่ นาทีนี้เป็นที่รู้จักของญาติโยมทั่วทุกภูมิภาค ด้วยลีลาการเทศน์ รูปแบบการน้อมนำธรรมะสู่จิตใจญาติโยมแปลกใหม่ได้ผลล่าสุดนิตยสารPositioning โหวตให้เป็นบุคคลที่มีอิทธิพลในสังคมมากที่สุดท่านหนึ่ง แต่หนังสือเล่มนี้เป็นการเผยประวัติชีวิตท่านเป็นครั้งแรก ตั้งแต่กำเนิดแบบเดลิเวอรี่ ความรัก อุปสรรค วิธีคิด วิถีชีวิตที่เลือกเดินสายธรรมะ  Withit

พ่อหลวงของแผ่นดิน

posted on 21 Nov 2007 18:06 by pharmsky
พ่อหลวงของแผ่นดิน 1. บัตรทองในขณะที่ในหลวงท่านทรงประชวรเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่เก่าแก่ที่สุด แห่งนึง มีข้าราชบริพารเข้าเยี่ยมจำนวนมาก ทุกคนคงจำได้ที่เป็นข่าวใหญ่โตที่นายกฯคนปัจจุบัน บังอาจถวายบัตร 30 บาท ให้พระองค์ เพื่อใช้สิทธิ์ สร้างความแค้นเคืองใจให้พสกนิกรชาวไทยทุกคน แต่ไม่มีใครรู้เบื้องหลังว่าพระองค์ทรงตอบว่าอย่างไร ในหลวงทรงตรัสว่า "ไม่เป็นไรหรอก หากข้าพเจ้าไม่สามารถจ่ายค่ารักษาได้ แต่คงสามารถใช้บัตรผู้สูงอายุได้ หรือจะใช้สิทธิข้าราชการของบุตรี (ฟ้าหญิง) ก็ได้" ท่านพูดเสียงเรียบๆ ไม่ได้รู้สึกว่าถูกลบหลู่เลย พูดเสร็จก็ยื่นบัตรทองใบนั้น ให้นายกที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ฟังแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ว่าท่านตอบได้น่ารักมาก เคยมีคนถามผมว่า นับถือใครมากที่สุด คิดถึงคนแรกและคนเดียวเลยคือ ในหลวง ท่านเหนือกว่ากษัตริย์ใดในโลกหล้า ยิ่งใหญ่กว่าวีรบุรุษคนใดในตำนาน มีคุณธรรมประเสริฐล้ำเทียบพระโพธิสัตว์ ขอถวายความจงรักภักดีจนกว่าชีวีจะหาไม่ 2. เราจับได้แล้ว ครั้งหนึ่งในงานนิทรรศการ "ก้าวไกลไทยทำ" วันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2538 "The BOI Fair 1995 commemorates the 50th Anniversary of His Majesty King Bhumibol Adulyadej's reign" (Board of Investment Fair 1995 BOI) หลังจากที่เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ตามศาลาการแสดงต่างๆ ก็มาถึงศาลาโซนี่ (อิเล็กทรอนิกส์) ภายในศาลาแต่งเป็น "พิภพใต้ทะเล" โดยใช้เทคนิคใหม่ล่าสุด "Magic Vision" น้ำลึก 20,000 league จะมีช่วงให้แลเห็นสัตว์ทะเลว่ายผ่านไปมา ปลาตัวเล็กๆ สีสวยจะว่ายเข้ามาอยู่ตรงหน้า ข้อสำคัญเขาเขียนป้ายไว้ว่า ถ้าใครจับปลาได้เขาจะให้เครื่องรับโทรทัศน์ พวกเราไขว่คว้าเท่าไหร่ก็จับไ ม่ได้ เพราะเป็นเพียงแสงเท่านั้น แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสว่า "เราจับได้แล้ว" พร้อมทั้งทรงยกกล้องถ่ายรูปชูให้ผู้บรรยายดู แล้วรับสั่งต่อ "อยู่ในนี้" ต่อจากนั้นคงไม่ต้องเล่า เพราะเมื่ออัดรูปออกมาก็จะเป็นภาพปลาและจับต้องได้ บริษัทโซนี่จึงต้องน้อมเกล้าฯ ถวายเครื่องรับโทรทัศน์ตามที่ประกาศไว้...  3. หมึกไม่ออก วันที่ 19 กรกฎาคม 2526 เป็นวันพระราชทางปริญญาบัตรที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ส่วนใหญ่นายกสโมสรอาจารย์จะเป็นผู้ดูแลถวายปากกาให้ทรงลงประปรมาภิไธย แต่ในปีนั้น ดิฉันในฐานะอุปนายกสโมสรอาจารย์ได้รับหน้าที่นี้แทน ก่อนจะเสด็จประราชดำเนิน เราก็ดูแลความเรียบร้อยทุกอย่าง อย่างระมัดระวังที่สุด โดยเฉพาะปากกาลองกันหลายครั้งจนมั่นใจว่าไม่มีปัญหาแน่ พอเสด็จฯ มาถึงท่านก็ทรงลงประปรมาภิไธย ปรากฏว่าทรงจรดปากกาลงไปแล้วแต่ไม่มีหมึกออกมา เราก็ตกใจมากเลย ไม่รู่จะทำยังไงดี นึกในใจว่าเป็นความบกพร่องของเราแน่ๆ ลองมากไปจนหมึกหมด ดิฉันก็เลยถวายกระดาษทิชชูเปล่าๆ ที่อยู่ในมือให้ท่าน เพื่อจะให้ท่านทรงเช็ดปากกา แต่ท่านทรงพระเมตตามากเลย สีพระพักตร์ที่ท่านมองดิฉันเหมือนกับจะตรัสว่า "ไม่ต้องตกใจ" แล้วก็ทรงนำปากกามาลองที่มือดิฉันที่มีกระดาษทิชชู่ ปรากฏว่าหมึกออก จากนั้นก็ทรงหันไปลงพระปรมาภิไธยในสมุด พอท่านเสด็จพระราชดำเนินไปแล้ว ทุกคนก็รีบเข้ามาดูกระดาษที่ทรงลองปากกาแผ่นนั้นกันใหญ่ ศาสตราจารย์ ดร.สุรพล วิรุฬห์รักษ์ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งคณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ บอกว่า "พี่ๆ ขอหน่อยเถอะพี่ จะเอาไปเป็นมงคล" ก็เลยแบ่งให้อาจารย์ไปส่วนหนึ่ง...  4. วันหนึ่งพระองค์ท่านเสด็จเยี่ยมเยียนพสกนิกรของท่าน ตามปกติที่ต่างจังหวัด ก็มีชาวบ้านมาต้อนรับในหลวงมากมาย พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนิน มาตามลาดพระบาท ที่แถวหน้า ก็มีหญิงชราแก่คนหนึ่ง ได้ก้มลงกราบแทบพระบาท แล้วก็เอามือของแกมาจับพระหัตถ์ของในหลวง แล้วก็พูดว่า ยายดีใจเหลือเกิน ที่ได้เจอในหลวง แล้วก็พูดว่า ยายอย่างโน้น ยายอย่างนี้ อีกตั้งมากมาย แต่ในหลวงก็ทรง เฉย ๆ มิได้ตรัสรับสั่งตอบว่ากระไร  แต่พวกข้าราชบริภารก็ มองหน้ากันใหญ่ กลัวว่าพระองค์จะทรงพอพระราชหฤหัยหรือไม่ แต่พอพวกเรา ได้ยินพระองค์รับสั่งตอบกับหญิงชราคนนั้น ก็ทำให้เราถึงกับกลั้นหัวเราะไว้ไม่ไหว เพราะพระองค์ทรงตรัสว่า "เรียกว่ายายได้อย่างไร อายุอ่อนกว่าแม่ฉันตั้งเยอะต้องเรียกน้าซิ ถึงจะถูก" 5. ดินเค็มพระองค์เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมพสกนิกรที่ทางภาคใต้ คือจังหวัดนราธิวาส ทางใต้นี้มีปัญหาเรื่องดินเป็นกรด มีความเค็ม พระองค์จึงทรงรับสั่งถามกับชาวบ้านที่มาเฝ้ารับเสด็จว่า "ดินหลังบ้านเป็นอย่างไร เค็มไหม " ชาวบ้านก็มองหน้ากันแล้วทำหน้างงก่อนตอบกลับมาว่า "ไม่เคยชิมซักที"ในหลวงก็รับทรงสั่งกับข้าราชบริภารที่ ตามเสด็จว่า "ชาวบ้านแถวนี้เขามีอารมณ์ขันกันดีนะ" 6. คนที่แบงค์           เช้าวันหนึ่ง เวลาประมาณ 7 โมงเช้านางสนองพระโอษฐ์ ของฟ้าหญิงพระองค์เล็กฯได้รับโทรศัพท์เป็นเสียงผู้ชายขอพูดสายกับฟ้าหญิงด้วย ทางนางสนองพระโอษฐ์ ก็สอบถามว่าใครจะพูดสายด้วยก็มีเสียงตอบกลับมาว่า คนที่แบงค์ นางสนองพระโอฐ  ก็งง.งงว่าคนที่แบงค์ทำไมโทรมาแต่เช้าแบงค์ก็ยังไม่เปิดนี่หว่า แต่พอฟ้าหญิงท่านรับโทรศัพท์แล้วถึงได้รู้ว่าคนที่แบงค์ที่ว่าน่ะ ก็ที่แบงค์จริงๆนะไม่เชื่อเปิดกระเป๋าตังค์แล้วหยิบแบงค์มาดูสิ .ขนลุกเลย(ก็ทรงตรัสกับเสด็จพ่อคือในหลวงท่านอยู่นั่นเอง)       ขอพระองค์ทรงพระเจิญด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า สโมสรนักศึกษาคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
เก็บตก กีฬาเภสัชสัมพันธ์ เฌองดอย เกมส์ 

            ซาหวัดดีค่ะ  พี่น้องชาวเขียวมะกอกทุกคน  และแล้วก็กลับมาพบกันอีกครั้งหนึ่งค่ะ  ในฉบับนี้กับการรายงานข่าวเฉพาะกิจที่สำคัญ นั่นก็คือ กิจกรรมการแข่งขันกีฬาเภสัชสัมพันธ์ เฌองดอยเกมส์ ที่จัดขั้นที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งกิจกรรมนี้ก็ทำให้เราได้ความประทับใจ และมิตรภาพระหว่างเพื่อนฝูง ที่เกิดจากความสามัคคีของพวกเราชาวเขียวมะกอกทุกคนค่ะ

                เอาเป็นว่าเข้าสู่เรื่องเลยล่ะกันนะคะ ถ้ามัวแต่เอาน้ำแล้วจะไม่มีเนื้อให้ได้รับประทานกันค่ะ เริ่มจากกิจกรรมการแข่งขันกีฬาเภสัชสัมพันธ์ ก็ต้องขอขอบคุณผู้ที่มีส่วนรวมในการช่วยกันจัดกิจกรรมนี้ขึ้นมาด้วยนะคะ ที่ทำได้อย่างน่าประทับใจ สนุกสนาน และมากไปด้วยความสนุกสนานและบันเทิง โดยต้องขอชมแม่งานใหญ่ค่ะ พี่อุ้ม (ประธานโครงการ) ที่คอยประสานงานและติดต่อกับการท่องเที่ยวที่ทางผู้จัดงานได้เตรียมไว้ ทำให้เราได้เข้าร่วมกิจกรรม และสนุกสนานกับเพื่อนร่วมวิชาชีพ อีกทั้ง 15 สถาบัน  ขอบคุณ เพื่อนๆปีหนึ่ง ที่ช่วยกันส่งเสียงเชียร์ และร้องเพลงโชว์เชียร์อย่างเต็มที่ ซึ่งเสียงดังๆของเพื่อนๆ ก้อ มากไปด้วยหยาดเหงื่อของพี่ปี 2 ที่เป็นคนฝึกซ้อม และออกแบบทุกอย่างเกี่ยวกับแสตนด์(ซึ่งก็เหนื่อยไปตามๆกัน) สำหรับผู้นำเชียร์ของเราในปีนี้ก็มาในชุดสีครีม และสีน้ำตาลที่น่ารักเหมาะสมกับมหาลัยของเราเป็นอย่างมาก ซึ่งหลังจากการโชว์เชียร์เสร็จสิ้น ก้อไม่ว่างกันเลยทีเดียว(กลายไปเป็นดาราหน้ากล้องกันหมดเลย)             สำหรับกิจกรรมการโชว์ศักยภาพของแต่ละมหาลัยที่ชื่อว่า มอเฮา ผีบ้าแฮงตึง ทางมหาลัยของเราก็แสดงได้ไม่น้อยหน้ากว่ามหาลัยอื่น ซึ่งการแสดงของเรานั้นก็เรียกเสียงปรบมือจากเพื่อนๆ มหาลัยอื่นได้ไม่น้อยเลยทีเดียว ด้านกีฬามหาวิทยาลัยของเราก็ไม่น้อยหน้าเค้าเหมือนกันค่ะ กวาดมาได้ตั้ง 1 เหรียญทอง และ 1 เหรียญเงิน จากกีฬาบาสเกตบอลหญิงและชาย ซึ่งบาสเกตบอลหญิงสามารถเอาชนะมหาวิทยาลัยเชียงใหม่มาได้ แต่น่าเสียดายที่บาสเกตบอลชายเราก็โดนมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เอาชนะไปจนได้ แต่ก็ไม่เป็นไรในปีหน้า พบกันที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี กับงานกีฬาเภสัชสัมพันธ์ที่มีชื่อว่า ตุ้มโฮง เกมส์ ทางมหาวิทยาลัยขอนแก่นของเราขอแก้มือแน่นอนค่ะ  สำหรับงานเลี้ยงขันโตกที่ทางเจ้าภาพจัดนั้น ขอยอมรับได้เลยว่าจัดดีมากเลยค่ะ เป็นการทานอาหารแบบทางภาคเหนือ นั่งล้อมวงกันทานอาหารรอบโตก พร้อมกับการชมการแสดงไปด้วย ถือว่าเป็นการได้รับกลิ่นอายของทางภาคเหนือโดยตรงเลยค่ะ ส่วนสายท่องเที่ยวที่ทางเจ้าภาพจัดให้เราไปเที่ยวก็สนุกสนานมากมายเลย ซึ่งทางมอชอ เค้าจัดสายเที่ยวออกเป็น 4 สาย(พระธาตุ-แอ่วสัตว์-เวียงเก่า และ ลำปาง) แต่ผู้เขียนเลือกไปพระธาตุค่ะ ก็สนุกมากค่ะ ที่ได้ขึ้นไปไหว้พระธาตุดอยสุเทพ และ พระตำหนักภูพิงค์ฯ สำหรับผู้อ่านที่อยากทราบความสนุกสนานเกี่ยวกับสายเที่ยวอื่นๆ ลองสอบถามกับเพื่อนๆที่ไปเที่ยวในสายเที่ยวนั้นได้นะคะ(ขอบอกว่าคนที่ไม่ได้ไป เสียดายมากๆเลยแหละค่ะ) ซึ่งกิจกรรมการแข่งขันกีฬาเภสัชสัมพันธ์ ในครั้งนี้ก็ได้สร้างความสามัคคีระหว่างนักศึกษาเภสัชศาสตร์ ทั้ง 15 สถาบัน และยังสร้างมิตรภาพระหว่างแต่ละมหาวิทยาลัยอีกด้วย ซึ่งมิตรภาพแบบนี้จะไม่มีวันสูญหายไปค่ะ นับวันมีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะเราคือเลือดเขียวมะกอกสีเดียวกัน.... อีกไม่นานก็ใกล้จะสอบอีกแล้วนะคะ ช่วงนี้ก็เริ่มอ่านหนังสือกันได้แล้วนะคะ   อดีตที่ผ่านมาแล้วเราก็ไม่สามารถที่จะกลับไปแก้มันได้ มีแต่อนาคตนี่แหละคะที่เราจะไปสร้างสรรค์ได้ และก็ขอให้ตั้งใจอ่านหนังสือกันนะคะ  สู้...สู้....สู้ตายค่ะ ทุกอย่างอยู่ที่การกระทำของเราคะ

            กลับมาพบกันอีกในฉบับหน้านะคะ

                                                                                                                  เลดี้เรน                                                                                                        Rx’26 KKU44
เก็บตก Pharm Camp และงานเปิดใจ 50 

            ซาหวัดดีค่ะ  พี่น้องชาวเขียวมะกอกทุกคน  และแล้วก็กลับมาพบกันอีกครั้งหนึ่งค่ะ  ในฉบับนี้กับการรายงานข่าวเฉพาะกิจที่สำคัญ นั่นก็คือ กิจกรรมการจัดค่าย Pharm Camp ให้กับน้องๆมัธยม ทั่วภาคอีสาน และ กิจกรรมสันทนาการ (กิจกรรมที่มีการเปิดใจด้วยนั่นแหละคะ) ซึ่งกิจกรรมทั้งหลายเหล่านี้ก็ทำให้เราได้ความประทับใจ และมิตรภาพระหว่างเพื่อนฝูง ที่เกิดจากความสามัคคีของพวกเราชาวเขียวมะกอกทุกคน

                เอาเป็นว่าเข้าสู่เรื่องเลยล่ะกันนะคะ ถ้ามัวแต่เอาน้ำแล้วจะไม่มีเนื้อให้ได้รับประทานกันค่ะ เริ่มจากกิจกรรมค่าย Pharm Camp ก็ต้องขอขอบคุณผู้ที่มีส่วนรวมในการช่วยกันจัดกิจกรรมนี้ขึ้นมาด้วยนะคะ ที่ทำได้อย่างน่าประทับใจ สนุกสนาน และมากไปด้วยความรู้ โดยต้องขอชมแม่งานใหญ่ค่ะ พี่อุ๊ (ประธานโครงการ) ที่จัดงานออกมาได้ดีมากๆค่ะ ขอบคุณ เพื่อนๆปีหนึ่ง ที่ช่วยกันมารับน้องตั้งแต่วันที่น้องเริ่มมาเข้าค่าย (ได้ข่าวว่าตื่นมากันตั้งแต่หกโมงเช้า) และยังช่วยกันมาดูแลน้องตลอดระยะเวลาทั้ง 2 วัน และด้วยความสามัคคีในการทำงานของพวกเราหลายๆฝ่าย จึงทำให้งานนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี และในบรรยากาศของค่ายที่พวกเราจัดขึ้นนั้นก็มีหลากหลายอารมณ์แห่งความสุขที่เราจะจดจำไปตลอด อาทิเช่น พี่ต๋อย ที่ทำเซอร์ไพรส์น้องค่ายเจ้าของวัดเกิด จนน้องประทับใจเป็นอย่างมาก(คอยดูกันว่าจะเจอน้องยอดขวัญในคณะเรารึเปล่า...ต้องติดตาม)  พี่เติมและทีมสันทนาการที่ทำให้กิจกรรมสันทนาการ สนุกสนาน ประทับใจ และทำให้น้องและพี่ได้รู้จักกันเพิ่มมากขึ้น

ส่วนกิจกรรมเบรนสตอมละครของน้องๆแต่ละกลุ่ม ก็แสดงออกมาได้ดี โดยน้องๆแต่ละกลุ่มสามารถนำชีวิตของเภสัชกร และนักศึกษาเภสัชศาสตร์ ไปประยุกต์เข้ากับละครที่พี่ๆกำหนดให้ เก่งมากๆ (พี่ๆทุกคนขอชื่นชม) การแสดงของปี 1 Academy Pharmacy ทำได้น่าประทับใจมากๆ แต่ก็มีเสียงซุบซิบมาว่า เปรม ตอน เต้นนะแอบมีก้อนเนื้อส่วนหน้าท้องนะ แต่พี่แกก็สามารถแอบเนียนไปได้จนจบเพลง...พรหล้าและแพนเครียส วู้วส์ ได้ใจมากมายทำให้คนในห้อง 400 แทบอยากจะเต้นตาม และด้วยความเซ็กซี่ของพรหล้า(ที่เผยอปากตลอดเวลา)ทำให้ท่านั้นกลายเป็นท่าที่อินเทรนด์กันไปเลย...ปอนด์ ไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าเบื่อหลังบ้านAP (academy pharmacy) จะป็นแบบนี้...คอมเมนเตเตอร์ มด โอ๋ และยุ้ย ก็ยังคงปากจัดกัดจิกอยู่ตามเคย (จิกจนเลือดซิบเลย...คิดดู)  และแล้วค่าน Pharm Camp ก็ผ่านไปอย่างประทับใจค่ะ

                กิจกรรมต่อไปก็คงเป็นกิจกรรมที่เพิ่งเกิดขึ้นสดๆร้อนๆเลยคะ นั้นก็คือกิจกรรมน้องใหม่ (จำไม่ได้ค่ะ พี่กานต์ช่วยหาชื่อจริงๆให้ด้วยนะคะ)  และสุดท้ายก็จะมีปิดด้วยกิจกรรมเปิดใจที่ อึ้งไปตามๆกัน แต่ในความอึ้งก็เกิดความประทับใจเกิดขึ้นอย่างมากมาย  พี่เติม(ประธานโครงการ) ผู้ทำทุกอย่างให้กิจกรรมนี้เกิดขึ้น พี่หม่อ และพี่ปีสูงๆ ที่คอยมาช่วยกันดูแลน้องและสร้างฐานที่สนุกสนานให้น้องใหม่ได้ใช้ความคิด และกำลัง ฝ่าฟันไปให้ได้

เริ่มจากการนำแอโรบอกกันที่หน้าสโมสร หลังจากนั้นก็แบ่งน้องใหม่ออกเป็น 4 กลุ่ม และไปผจญภัยกับพี่หม่อในแต่ละฐาน หลังจากนั้นก็มาแวะทานอาหารว่างกันแถวๆ สวนเกษตร และก็แยกย้ายกันไปตามเพศของตนเอง (แยกแบบนี้มีแต่เพศชาย และเพศหญิงค่ะ เพศอย่างอื่นไม่มี) เพศชายก็จะแยกกันไปทำตามกิจกรรมของเพศชาย และเพศหญิงก็เช่นกันค่ะ เที่ยงก็มาทานข้าวรวมกันที่ส่วนร่มเกล้ากัลปพฤกษ์ ทานข้าวสร็จก็สุปผลการทำกิจกรรม กลุ่มที่ชนะเลิศเป็นกลุ่มที่ 3 (ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ) หลังจากนั้น การเปิดใจของผู้ชายก็ถูกเปิดเผยขึ้น อึ้ง!!!!กันไปทีเดียวเลยคะ เอ๊ะ... ว่าแต่ปีนี้จะมีคู่ไหนที่ลงเอยด้วยกันบ้างนะ (คอยติดตามเดี๋ยวไม่นานก็คงได้รู้คะ)

และแล้วกิจกรรมก็สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีค่ะ  ทำให้น้องใหม่ทุกคน สามัคคีกันมากขึ้น รักในความเป็นเลือดเขียวมะกอกของพวกเราทุกคน และอีกอย่างทำให้เราได้รู้ด้วยว่าใครแอบชอบเรา(อานนี้เกี่ยวดีไหมเนี่ย...) อีกไม่นานก็ใกล้จะสอบอีกแล้วนะคะ ช่วงนี้คะแนนมิดเทอมก็เริ่มออกมากันบ้างแล้ว ดีหรือไม่ดียังไง อดีตที่ผ่านมาแล้วเราก็ไม่สามารถที่จะกลับไปแก้มันได้ มีแต่อนาคตนี่แหละคะที่เราจะไปสร้างสรรค์ได้ และก็ขอให้ตั้งใจอ่านหนังสือกันนะคะ  สู้...สู้....สู้ตายค่ะ ทุกอย่างอยู่ที่การกระทำของเราคะ

           

  

เลดี้เรน

                                                                                                        Rx’26 KKU44

แจ้งกิจกรรม

posted on 21 Nov 2007 18:04 by pharmsky
แจ้งกิจกรรม 
วันที่ กิจกรรม
24 พฤศจิกายน 255027 พฤศจิกายน 25501 ธันวาคม 255018 ธันวาคม 255025 ธันวาคม 255031 ธันวาคม 25501 มกราคม 2551 ลอยกระทงPharma พาซิงวันสถาปนาคณะเภสัชศาสตร์วันพระราชทานปริญญาบัตรวันคริสต์มาสวันส่งท้ายปีเก่าวันขึ้นปีใหม่
  สโมสรนักศึกษาเภสัชศาสตร์   มหาวิทยาลัยขอนแก่น